วันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ทับทิม

ทับทิม


ทับทิมเป็นหนึ่งในผลไม้ที่เป้นแหล่งกำเนิดของสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงพลังมากที่สุด


เต็มไปด้วยกรดเอลลาจิกในปริมาณสูง ทับทิมมีคุณสมบัติต่อต้านสารก่อมะเร็ง และต้านดรคหัวใจ สารต้านอนุมูลอิสระในทับทิมปกป้องผิวพรรณจากการทำลายของอนุมูลอิสระ และทำให้หลอดเลือดไม่อุดตัน นอกจากนี้ สารต้านอนุมูลอิสระยังช่วยแกป้องผิวจากแสงแดดด้วย

สารอาหาร:

วิตามินบี 1 วิตามินบี 3 วิตามินซี แคลเซียม ฟอสฟอรัส กรดเอลลาจิก


พันช์ทับทิม

ส่วนผสม

  • ทับทิม 5-6  ผล
  • น้ำตาล  250  กรัม หรือ 1  ถ้วย
  • น้ำเปล่า 500 มิลลิลิตร
  • น้ำส้มคั้น  250  มิลลิลิตร  หรือ 1  ถ้วย
  • น้ำมะนาว 60  มิลลิลิตร  หรือ 1/2  ถ้วย
  • จิงเจอร์เอล (น้ำอัดลมรสขิง)  1 ลิตร หรือ 4 ถ้วย

 วิธีทำ


  1. แกะเมล็ดทับทิมออกและนำไปปั่น
  2. ละลายน้ำตาลในน้ำเปล่า ด้วยการคนอย่างรวดเร็ว
  3. เติมน้ำทับทิม น้ำส้ม น้ำมะนาว และจิงเจอร์เอล
  4. เสร็จแล้วแช่เย็นก่อนเสิร์ฟ


วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

มะเดื่อ

มะเดื่อ


มะเดื่อเป็นแหล่งกำเนิดที่มหัศจรรย์ของใยอาหาร นอกจากนี้ยังเพิ่มวิตามินบี 6 ซึ่งนานๆ จะผ่านเข้ามาให้กับอาหาร


ด้วยปริมาณใยอาหารที่สูง มะเดื่อสนับสนุนการกำจัดสารพิษ และช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ มะเดื่อยังเป็นแหล่งกำเนิดของโพแทสเซียมซึ่งจำเป็นอย่างมากต่อการควบคุม ความดันโลหิต และลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ กับหัวใจ นอกจากมะเดื่อยังให้วิตามินบี 6 ในปริมาณที่เป็นประโยชน์ ซึ่งหากปราศจากวิตามินบี 6 แล้ว เราอาจจะมีความจำที่ไท่ดี และระดับความเครียดที่เพิ่สูงขึ้น

สารอาหาร:

วิตามินบี 6  เบตาแคโรทีน โพแทสเซียม ธาตุเหล็ก ใยอาหาร


มะเดื่อสอดไส้ครีมส้มและโป๊ยกั๊ก

(โป๊ยกั๊กไม้ชนิดหนึ่งตระกูลเดียวกับผักชีและยี่หร่า เมล็ดมีกลิ่นหอม)

ส่วนผสม

  • มะเดื่อแห้ง 16 ผล
  • ครีมชีส  115  กรัม
  • น้ำส้ม  1 ช้อนโต๊ะ
  • ผิวส้มขูด  2  ช้อนชา
  • น้ำผึ้ง  1+(1/2)  ช้อนชา
  • โป๊ยกั๊กบด  1+(1/2)  ช้อนชา

วิธีทำ

  1. ตัดก้านของมะเดื่อทิ้ง ใช้มีดผ่าจากขั้วก้านลึกลงไปเป็นรูป X 
  2. ค่อยๆ บีบมะเดื่ออย่างเบามือ จนแยกออกเป็น 4 แฉกตามรอยผ่าผสมครีมส้ม ผิวส้ม น้ำผึ้งและโป๊ยกั๊กในชาม ตีให้เข้ากันจนข้น ใช้ช้อนตักส่วนผสมในร่องมะเดื่อจนครบ และแช่ใส่ตู้เย็น 2 ชั่วโมง


ราสเบอร์รี่

ราสเบอร์รี่


ราสเบอร์รี่อัดแน่นด้วยวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิดที่ทำให้เราดูอ่อนวัย


ปริมาณวิตามินซีสูงในราสเบอร์รี่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและสามารถช่วยป้องกันทุกอย่างที่เกี่ยวกับโรคหัวใจและโรคเกี่ยวกับตา ราสเบอร์รี่ยังมีกรดเอลลาจิกซึ่งช่วยต้านสารก่อมะเร็ง และป้องกันการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ในทางลบ แอนโทไซยานินในราสเบอร์รี่ยังมีคุรสมบัติลดอาการอักเสบ และปกป้องจากโรคข้ออักเสบ ราสเบอร์รี่ยังมีประสิทธิภาพในการต่อสู้กับไวรัสและแบคทีเรียหลายชนิด นอกจากนี้ราสเบอร์รี่ยังเป็นหนึ่งในผลไม้ที่มีใยอาหารมากที่สุด ดังนั้นจึงช่วยในการย่อยอาหาร

สารอาหาร:

วิตามินบี 3 วิตามินซี กรดโฟลิก ธาตุเหล็ก แมงกานีส ฟลาโวนอย แอนโทไซยานิน ใยอาหาร


ราสเบอร์รี่ซิลลาบับ

(ขนมหวานทำจากครีม)

ส่วนผสม

  • ราสเบอร์รี่ 225  กรัม
  • เหล้าเชอร์รี่แบบ dry หรือไวน์ขาว 150 มิลลิลิตร
  • บรั่นดี  2  ช้อนโต๊ะ
  • ผิวส้มขูด 1  ผล
  • ผิวมะนาวขูด  1/2  ผล
  • น้ำตาล  75  กรัม
  • ครีมสด  450  กรัม

วิธีทำ

  1. บดราสเบอร์รี่พอแหลก (เก็บลูกราสเบอร์รี่ไว้ 2 กำมือสำหรับเสิร์ฟ)
  2. และใส่ในชามรวมกับส่วนผสมอื่น ทั้งหมดยกเว้นครีมสด หมักสดไว้ 4 ชั่วโมง
  3. จากนั้นร่อนส่วนผสมทั้งหมดด้วยตะแกรง เติมครีมสดและตีจนขึ้นฟู
  4. จัดวางลูกราสเบอร์รี่ที่ผสมเก็บในแก้ว
  5. ราดส่วนผสมเตรียมไว้บนราสเบอร์รี่และแช่ตู้เย็น เสิร์ฟพร้อมกับขนมปังกรอบกลิ่นขิงรสบรั่นดี (brandy snap)


วันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

สตอเบอร์รี่

สตรอเบอร์รี่


หนึ่งในสิ่งที่น่ายินดีในฤดูร้อน สตรอเบอร์รี่เต็มไปด้วยสารอาหารที่ชะลอความแก่


สตรอเบอร์รี่เป็นแหล่งกำเนิดชั้นเยี่ยมของวิตามินซีซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการผลิตคอลลาเจน ซึ่งเป็นโปรตีนที่ช่วยรักษาโครงสร้างผิว นอกจากนี้วิตามินซียังมีบทบาทสำคัญในการรักษาบาดแผล และป้องกันโรคเหงือกอักเสบ ที่ผู้ใหญ่ 3 ใน 4 คน เป็นกัน สตรอเบอร์รี่ยังมีกรดเอลลาจิก ซึ่งมีคุณสมบัติที่ทรงพลังในการต้านสารก่อมะเร็ง

สารอาหาร:

วิตามินบี 6  วิตามินซี กรดโฟลิก กรดเอลลาจิก

*** ป้องกันไม่ให้สตรอเบอร์รี่เหี่ยวได้โดยการเด็ดขั้วออกทันทีหลังล้าง ***


แยมสตรอร์เบอร์รี่และริคอตตา

ส่วนผสม

  • สตรอเบอร์รี่สุก  150 กรัม
  • มะนาว 2 ลุก
  • น้ำตาลไอซิ่ง 2 ช้อนชา
  • เนยแข็งอิตาเลียนริคอตตา 100 กรัม 

วิธีทำ

  1. บดสตรอเบอร์รี่ด้วยส้อมและขูดผิวมะนาว
  2. ใส่น้ำตาลไอซิ่งและผิวมะนาวพร้อมเนยแข็งริคอตตา 
  3. คนให้ทั่วจนเป้นเนื้อเดียวกัน 
  4. ใช้ทาขนมปังเบเกิลซินนามอนปิ้ง
  5. สำหรับอาหารเช้ามื้อพิเศษ





วันพุธที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เกรปฟรุต ช่วยระบบไหลเวียนโลหิต ให้คุณดูอ่อนวัย

เกรปฟรุต


เหมาะสำหรับมื้อเช้า เกรปฟรุตเปี่ยมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและเป็นตัวช่วยล้างพิษที่มีพลัง


เกรปฟรุตเป็นแหล่งกำเนิดของโพแทสเซียมและไบโอฟลาโวนอย ซึ่งสารทั้ง 2 ชนิดนี้สำคัญต่อหัวใจและระบบหมุนเวียนโลหิต เช่นเดียวกับผิวพรรณและภูมิคุมกัน เพกทินที่อยู่ในเกรปฟรุตเต็มไปด้วยเอเอชเอ หรือกรดแอลฟาไฮดรอกซี ซึ่งเป็นตัวช่วยปรับสภาพผิวที่มีประสิทธิผลเมื่อใช้ภายนอก

สารอาหาร:

วิตามินซี แบตาแคโรทีน กรดโฟลิก ไลโคพีน โพแทสเซียม ฟลาโวนอย ใยอาหาร


ครีมพอกหน้าเกรปฟรุต

(เพื่อปรับสีผิว)

ส่วนผสม

  • เกรปฟรุต  1  ผลเล็ก
  • โยเกิร์ตรสธรรมชาติ  1  ถ้วยเล็ก

วิธีทำ

  1. ปอกเปลือกเกรปฟรุตและตัดให้เป็นเสี้ยว นำเมล็ดและกากออก ผสมกเนื้อเกรปฟรุตกับโยเกิร์ตในเครื่องปั่น
  2. ปั่นจนเป็นเนื้อเหลว นำส่วนผสมที่ได้ใส่ลงชาม ทิ้งไว้ในตู้เย็นประมาณ  1 ชั่วโมง
  3. ใช้ทาบนใบหน้าและทิ้งไว้ประมาณ  10  นาที ค่อยๆล้างออกด้วยน้ำเย็น


สับปะรด มีโบรมีเลนช่วยการทำงานของเอนไซม์

สับปะรด



สับปะรดมีเอนไซม์โบรมีเลนอยู่ในปริมาณมากซึ่งช่วยลดการอักเสบของร่างกาย


ประโยชน์หลักของสับปะรดมาจากเอนไซม์โบรมีเลนซึ่งเป็นตัวต้านการอักเสบที่มีประสิทธิผล ดีอย่างยิ่งสำหรับปัญหาไขข้อ สับปะรดเต็มไปด้วยวิตามินซีช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และต้านอนุมูลอิสระซึ่งเป็นสาเหตุของการแก่ก่อนวัย นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งกำเนิดที่วิเศษของแมงกานีส ซึ่งเป็นปัจจัยร่วมคือโคแฟเตอร์ที่จำเป็นของเอนไซม์จำนวนมากที่สำคัญสำหรับการต้านอนุมูลอิสระและการผลิตพลังงาน

สารอาหาร:

วิตามินบี 1  วิตามินบี 2 วิตามินซี แมงกานีส โบรมีเลน  ใยอาหาร


ซาลซาสับปะรดและมะม่วง

ส่วนผสม

  • มะม่วงสุก  1 ผลใหญ่
  • สสับปะรด   1/2  ผลเล็ก
  • หอมหัวใหญ่  1/4  หัว
  • ขิง 1  ซม. ปอกเปลือก
  • ขูดกระเทียม  1  หัวเล็ก ลอกเปลือกและทุบ
  • พริกขี้หนูแดงซอย  1/2  เม็ด
  • ผักชีสับหยาบ  1  กำมือ
  • น้ำจากมะนาว  2  ผล
  • น้ำมันงา  1  ช้อนชา

วิธีทำ

  1. ปอกเปลือกและสับเนื้อผลไม้ใส่ในชามพร้อมกับหอมแดง
  2. ขิงขูด กระเทียม พริก และผักชี คลุกในทั่ว
  3. เหยาะน้ำมะนาวและน้ำมันงา ลงในส่วนผสมที่คลุกแล้วเสิร์ฟพร้อมปลาหรือไก่ หรือใช้เป็นซอสจิ้ม


แอปเปิ้ล เพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวคุณ

แอปเปิ้ล



ประกอบด้วยใยอาหาร ฟลาโวนอย และวิตามินซี แอปเปิ้ลเป็นอีกหนึ่งอาหารสุขภาพดีที่ช่วยต้ามความสูงวัย


แอปเปิ้ลประกอบด้วยเพกทินและใยอาหาร ที่ขับของเสียออกจากร่างกาย นอกจากนี้ยังเสริมให้แบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายแพร่พันธุ์ในทางเดินอาหาร แอปเปิ้ลยังมีกรดมาลิกซึ่งบรรเทาโรคปวดตามข้อและข้ออักเสบ และช่วยเพิ่มพลังงาน วิตามินซีในแอปเปิ้ลช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ขณะที่น้ำแอปเปิ้ลช่วยสร้างความชุ่มชื่นให้ร่างกาย

สารอาหาร:

วิตามินซี กรดมาลิก ฟลาโวนอย ใยอาหาร


น้ำแอปเปิ้ล ลูกแพร์ และสาระแหน่

(ช่วยการย่อยอาหาร)

ส่วนผสม

  • แอปเปิ้ล  8  ผล นำแกนออก
  • ลูกแพร์  8  ผล นำแกนกลางออก
  • สะระแหน่สด  12  ก้าน

วิธีทำ

  1. ล้างผักผลไม้ทั้งหมดให้สะอาด ตัดเป็นชิ้นๆไม่ต้องปอกเปลือก
  2. ใส่ผลไม้และสะระแหน่ในเครื่องปั่น
  3. ปั่นให้เข้ากัน เทใส่แก้วใบใหญ่และดื่มทันที