วันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ทับทิม

ทับทิม


ทับทิมเป็นหนึ่งในผลไม้ที่เป้นแหล่งกำเนิดของสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงพลังมากที่สุด


เต็มไปด้วยกรดเอลลาจิกในปริมาณสูง ทับทิมมีคุณสมบัติต่อต้านสารก่อมะเร็ง และต้านดรคหัวใจ สารต้านอนุมูลอิสระในทับทิมปกป้องผิวพรรณจากการทำลายของอนุมูลอิสระ และทำให้หลอดเลือดไม่อุดตัน นอกจากนี้ สารต้านอนุมูลอิสระยังช่วยแกป้องผิวจากแสงแดดด้วย

สารอาหาร:

วิตามินบี 1 วิตามินบี 3 วิตามินซี แคลเซียม ฟอสฟอรัส กรดเอลลาจิก


พันช์ทับทิม

ส่วนผสม

  • ทับทิม 5-6  ผล
  • น้ำตาล  250  กรัม หรือ 1  ถ้วย
  • น้ำเปล่า 500 มิลลิลิตร
  • น้ำส้มคั้น  250  มิลลิลิตร  หรือ 1  ถ้วย
  • น้ำมะนาว 60  มิลลิลิตร  หรือ 1/2  ถ้วย
  • จิงเจอร์เอล (น้ำอัดลมรสขิง)  1 ลิตร หรือ 4 ถ้วย

 วิธีทำ


  1. แกะเมล็ดทับทิมออกและนำไปปั่น
  2. ละลายน้ำตาลในน้ำเปล่า ด้วยการคนอย่างรวดเร็ว
  3. เติมน้ำทับทิม น้ำส้ม น้ำมะนาว และจิงเจอร์เอล
  4. เสร็จแล้วแช่เย็นก่อนเสิร์ฟ


วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

มะเดื่อ

มะเดื่อ


มะเดื่อเป็นแหล่งกำเนิดที่มหัศจรรย์ของใยอาหาร นอกจากนี้ยังเพิ่มวิตามินบี 6 ซึ่งนานๆ จะผ่านเข้ามาให้กับอาหาร


ด้วยปริมาณใยอาหารที่สูง มะเดื่อสนับสนุนการกำจัดสารพิษ และช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ มะเดื่อยังเป็นแหล่งกำเนิดของโพแทสเซียมซึ่งจำเป็นอย่างมากต่อการควบคุม ความดันโลหิต และลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ กับหัวใจ นอกจากมะเดื่อยังให้วิตามินบี 6 ในปริมาณที่เป็นประโยชน์ ซึ่งหากปราศจากวิตามินบี 6 แล้ว เราอาจจะมีความจำที่ไท่ดี และระดับความเครียดที่เพิ่สูงขึ้น

สารอาหาร:

วิตามินบี 6  เบตาแคโรทีน โพแทสเซียม ธาตุเหล็ก ใยอาหาร


มะเดื่อสอดไส้ครีมส้มและโป๊ยกั๊ก

(โป๊ยกั๊กไม้ชนิดหนึ่งตระกูลเดียวกับผักชีและยี่หร่า เมล็ดมีกลิ่นหอม)

ส่วนผสม

  • มะเดื่อแห้ง 16 ผล
  • ครีมชีส  115  กรัม
  • น้ำส้ม  1 ช้อนโต๊ะ
  • ผิวส้มขูด  2  ช้อนชา
  • น้ำผึ้ง  1+(1/2)  ช้อนชา
  • โป๊ยกั๊กบด  1+(1/2)  ช้อนชา

วิธีทำ

  1. ตัดก้านของมะเดื่อทิ้ง ใช้มีดผ่าจากขั้วก้านลึกลงไปเป็นรูป X 
  2. ค่อยๆ บีบมะเดื่ออย่างเบามือ จนแยกออกเป็น 4 แฉกตามรอยผ่าผสมครีมส้ม ผิวส้ม น้ำผึ้งและโป๊ยกั๊กในชาม ตีให้เข้ากันจนข้น ใช้ช้อนตักส่วนผสมในร่องมะเดื่อจนครบ และแช่ใส่ตู้เย็น 2 ชั่วโมง


ราสเบอร์รี่

ราสเบอร์รี่


ราสเบอร์รี่อัดแน่นด้วยวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิดที่ทำให้เราดูอ่อนวัย


ปริมาณวิตามินซีสูงในราสเบอร์รี่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและสามารถช่วยป้องกันทุกอย่างที่เกี่ยวกับโรคหัวใจและโรคเกี่ยวกับตา ราสเบอร์รี่ยังมีกรดเอลลาจิกซึ่งช่วยต้านสารก่อมะเร็ง และป้องกันการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ในทางลบ แอนโทไซยานินในราสเบอร์รี่ยังมีคุรสมบัติลดอาการอักเสบ และปกป้องจากโรคข้ออักเสบ ราสเบอร์รี่ยังมีประสิทธิภาพในการต่อสู้กับไวรัสและแบคทีเรียหลายชนิด นอกจากนี้ราสเบอร์รี่ยังเป็นหนึ่งในผลไม้ที่มีใยอาหารมากที่สุด ดังนั้นจึงช่วยในการย่อยอาหาร

สารอาหาร:

วิตามินบี 3 วิตามินซี กรดโฟลิก ธาตุเหล็ก แมงกานีส ฟลาโวนอย แอนโทไซยานิน ใยอาหาร


ราสเบอร์รี่ซิลลาบับ

(ขนมหวานทำจากครีม)

ส่วนผสม

  • ราสเบอร์รี่ 225  กรัม
  • เหล้าเชอร์รี่แบบ dry หรือไวน์ขาว 150 มิลลิลิตร
  • บรั่นดี  2  ช้อนโต๊ะ
  • ผิวส้มขูด 1  ผล
  • ผิวมะนาวขูด  1/2  ผล
  • น้ำตาล  75  กรัม
  • ครีมสด  450  กรัม

วิธีทำ

  1. บดราสเบอร์รี่พอแหลก (เก็บลูกราสเบอร์รี่ไว้ 2 กำมือสำหรับเสิร์ฟ)
  2. และใส่ในชามรวมกับส่วนผสมอื่น ทั้งหมดยกเว้นครีมสด หมักสดไว้ 4 ชั่วโมง
  3. จากนั้นร่อนส่วนผสมทั้งหมดด้วยตะแกรง เติมครีมสดและตีจนขึ้นฟู
  4. จัดวางลูกราสเบอร์รี่ที่ผสมเก็บในแก้ว
  5. ราดส่วนผสมเตรียมไว้บนราสเบอร์รี่และแช่ตู้เย็น เสิร์ฟพร้อมกับขนมปังกรอบกลิ่นขิงรสบรั่นดี (brandy snap)


วันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

สตอเบอร์รี่

สตรอเบอร์รี่


หนึ่งในสิ่งที่น่ายินดีในฤดูร้อน สตรอเบอร์รี่เต็มไปด้วยสารอาหารที่ชะลอความแก่


สตรอเบอร์รี่เป็นแหล่งกำเนิดชั้นเยี่ยมของวิตามินซีซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการผลิตคอลลาเจน ซึ่งเป็นโปรตีนที่ช่วยรักษาโครงสร้างผิว นอกจากนี้วิตามินซียังมีบทบาทสำคัญในการรักษาบาดแผล และป้องกันโรคเหงือกอักเสบ ที่ผู้ใหญ่ 3 ใน 4 คน เป็นกัน สตรอเบอร์รี่ยังมีกรดเอลลาจิก ซึ่งมีคุณสมบัติที่ทรงพลังในการต้านสารก่อมะเร็ง

สารอาหาร:

วิตามินบี 6  วิตามินซี กรดโฟลิก กรดเอลลาจิก

*** ป้องกันไม่ให้สตรอเบอร์รี่เหี่ยวได้โดยการเด็ดขั้วออกทันทีหลังล้าง ***


แยมสตรอร์เบอร์รี่และริคอตตา

ส่วนผสม

  • สตรอเบอร์รี่สุก  150 กรัม
  • มะนาว 2 ลุก
  • น้ำตาลไอซิ่ง 2 ช้อนชา
  • เนยแข็งอิตาเลียนริคอตตา 100 กรัม 

วิธีทำ

  1. บดสตรอเบอร์รี่ด้วยส้อมและขูดผิวมะนาว
  2. ใส่น้ำตาลไอซิ่งและผิวมะนาวพร้อมเนยแข็งริคอตตา 
  3. คนให้ทั่วจนเป้นเนื้อเดียวกัน 
  4. ใช้ทาขนมปังเบเกิลซินนามอนปิ้ง
  5. สำหรับอาหารเช้ามื้อพิเศษ





วันพุธที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เกรปฟรุต ช่วยระบบไหลเวียนโลหิต ให้คุณดูอ่อนวัย

เกรปฟรุต


เหมาะสำหรับมื้อเช้า เกรปฟรุตเปี่ยมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและเป็นตัวช่วยล้างพิษที่มีพลัง


เกรปฟรุตเป็นแหล่งกำเนิดของโพแทสเซียมและไบโอฟลาโวนอย ซึ่งสารทั้ง 2 ชนิดนี้สำคัญต่อหัวใจและระบบหมุนเวียนโลหิต เช่นเดียวกับผิวพรรณและภูมิคุมกัน เพกทินที่อยู่ในเกรปฟรุตเต็มไปด้วยเอเอชเอ หรือกรดแอลฟาไฮดรอกซี ซึ่งเป็นตัวช่วยปรับสภาพผิวที่มีประสิทธิผลเมื่อใช้ภายนอก

สารอาหาร:

วิตามินซี แบตาแคโรทีน กรดโฟลิก ไลโคพีน โพแทสเซียม ฟลาโวนอย ใยอาหาร


ครีมพอกหน้าเกรปฟรุต

(เพื่อปรับสีผิว)

ส่วนผสม

  • เกรปฟรุต  1  ผลเล็ก
  • โยเกิร์ตรสธรรมชาติ  1  ถ้วยเล็ก

วิธีทำ

  1. ปอกเปลือกเกรปฟรุตและตัดให้เป็นเสี้ยว นำเมล็ดและกากออก ผสมกเนื้อเกรปฟรุตกับโยเกิร์ตในเครื่องปั่น
  2. ปั่นจนเป็นเนื้อเหลว นำส่วนผสมที่ได้ใส่ลงชาม ทิ้งไว้ในตู้เย็นประมาณ  1 ชั่วโมง
  3. ใช้ทาบนใบหน้าและทิ้งไว้ประมาณ  10  นาที ค่อยๆล้างออกด้วยน้ำเย็น


สับปะรด มีโบรมีเลนช่วยการทำงานของเอนไซม์

สับปะรด



สับปะรดมีเอนไซม์โบรมีเลนอยู่ในปริมาณมากซึ่งช่วยลดการอักเสบของร่างกาย


ประโยชน์หลักของสับปะรดมาจากเอนไซม์โบรมีเลนซึ่งเป็นตัวต้านการอักเสบที่มีประสิทธิผล ดีอย่างยิ่งสำหรับปัญหาไขข้อ สับปะรดเต็มไปด้วยวิตามินซีช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และต้านอนุมูลอิสระซึ่งเป็นสาเหตุของการแก่ก่อนวัย นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งกำเนิดที่วิเศษของแมงกานีส ซึ่งเป็นปัจจัยร่วมคือโคแฟเตอร์ที่จำเป็นของเอนไซม์จำนวนมากที่สำคัญสำหรับการต้านอนุมูลอิสระและการผลิตพลังงาน

สารอาหาร:

วิตามินบี 1  วิตามินบี 2 วิตามินซี แมงกานีส โบรมีเลน  ใยอาหาร


ซาลซาสับปะรดและมะม่วง

ส่วนผสม

  • มะม่วงสุก  1 ผลใหญ่
  • สสับปะรด   1/2  ผลเล็ก
  • หอมหัวใหญ่  1/4  หัว
  • ขิง 1  ซม. ปอกเปลือก
  • ขูดกระเทียม  1  หัวเล็ก ลอกเปลือกและทุบ
  • พริกขี้หนูแดงซอย  1/2  เม็ด
  • ผักชีสับหยาบ  1  กำมือ
  • น้ำจากมะนาว  2  ผล
  • น้ำมันงา  1  ช้อนชา

วิธีทำ

  1. ปอกเปลือกและสับเนื้อผลไม้ใส่ในชามพร้อมกับหอมแดง
  2. ขิงขูด กระเทียม พริก และผักชี คลุกในทั่ว
  3. เหยาะน้ำมะนาวและน้ำมันงา ลงในส่วนผสมที่คลุกแล้วเสิร์ฟพร้อมปลาหรือไก่ หรือใช้เป็นซอสจิ้ม


แอปเปิ้ล เพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวคุณ

แอปเปิ้ล



ประกอบด้วยใยอาหาร ฟลาโวนอย และวิตามินซี แอปเปิ้ลเป็นอีกหนึ่งอาหารสุขภาพดีที่ช่วยต้ามความสูงวัย


แอปเปิ้ลประกอบด้วยเพกทินและใยอาหาร ที่ขับของเสียออกจากร่างกาย นอกจากนี้ยังเสริมให้แบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายแพร่พันธุ์ในทางเดินอาหาร แอปเปิ้ลยังมีกรดมาลิกซึ่งบรรเทาโรคปวดตามข้อและข้ออักเสบ และช่วยเพิ่มพลังงาน วิตามินซีในแอปเปิ้ลช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ขณะที่น้ำแอปเปิ้ลช่วยสร้างความชุ่มชื่นให้ร่างกาย

สารอาหาร:

วิตามินซี กรดมาลิก ฟลาโวนอย ใยอาหาร


น้ำแอปเปิ้ล ลูกแพร์ และสาระแหน่

(ช่วยการย่อยอาหาร)

ส่วนผสม

  • แอปเปิ้ล  8  ผล นำแกนออก
  • ลูกแพร์  8  ผล นำแกนกลางออก
  • สะระแหน่สด  12  ก้าน

วิธีทำ

  1. ล้างผักผลไม้ทั้งหมดให้สะอาด ตัดเป็นชิ้นๆไม่ต้องปอกเปลือก
  2. ใส่ผลไม้และสะระแหน่ในเครื่องปั่น
  3. ปั่นให้เข้ากัน เทใส่แก้วใบใหญ่และดื่มทันที



วันอังคารที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

แคนตาลูป ผลไม้ชุ่มฉ่ำชะลอความแก่

แคนตาลูป


ผลไม้หน้าร้อนที่ฉ่ำน้ำ อัดแน่นด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยต่อสู้กับอนุมูลอิสระ


แคตาลูปมีวิตามินซี และบตาแคโรทีนสูงมาก โดยธรรมชาติสารทั้ง  2  ชนิดนี้ ช่วยชะลอความสูงวัย ซ่อมแซมเซลล์ และช่วยการเจริญเติบโต รวมทั้งเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและการไหลของโลหิต แคนตาลูปยังมีโพแทสเซียมที่ช่วยลดความดันโลหิต คอเลสเตอรอลแอลดีแอลชนิดไม่ดี ด้วยความฉ่ำน้ำ แคนตาลูปยังช่วยล้างสารพิษในร่างกาย

สารอาหาร:

วิตามินบี 3  วิตามินซี เบตาแคโรทีน โพแทสเซียม


โลชั่นแคนตาลูป

(ให้ความเย็นและความชุ่มชื่นแก้ผิว)

ส่วนผสม


  • แคนตาลูป 1/4  ผล ปอกเปลือกและนำเมล็ดออก
  • ผ้าฝ้ายมัสลิน  1  ผืน
  • มะนาว  1/2  ผล
  • น้ำมันมะกอก  1/2  ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. ปั่นแคนตาลูปด้วยเครื่องปั่น และกรองน้ำด้วยผ้าฝ้าย
  2. บีบมะนาวให้ได้  1  ช้อนชา
  3. ผสมน้ำแคนตาลูป น้ำมะนาวและน้ำมะกอกเข้าด้วยกัน
  4. ใส่ขวดปิดฝาและเก็บไว้ในตู้เย็น
  5. ใช้ทาด้วยสำลีวันละ  2 ครั้ง ที่ใบหน้าและลำคอ
  6. เก็บในตู้เย็นได้  2  วัน

แบล็กเบอร์รี่ แหล่งรวมพลังวิตามินอีเพื่อผิวอ่อนเยาว์

แบล็กเบอร์รี่



อวบ หวาน และฉ่ำน้ำ แบล็กเบอร์รี่เป้นหนึ่งในแหล่งของวิตามินอีที่มีไขมันต่ำที่สุดเช่นเดียวกับเบอร์รี่ชนิดอื่นๆ


แบล็กเบอร์รี่เป็นแหล่งกำเนิดของวิตามินซีที่ดีมากแห่งหนึ่ง แต่สิ่งที่ทำให้แบล็กเบอร์รี่แตกต่างคือการมีวิตามินจำนวนมาก วิตามินอีช่วยให้สารอนุมูลอิสระที่ก่อให้เกิดโรคหัวใจและทำให้ผิวแก่ก่อนวัยหมดฤทธิ์ลง แบล็กเบอร์รี่ยังเป็นแหล่งกำเนิดตามธรรมชาติของซาลิไซเลต สารที่พบในแอสไพรินที่ช่วยให้ร่างกายต่อสู้กับการติดเชื้อ  การศึกษาบางชิ้นได้แสดงว่าซาลิไซเลตมีคุณสมบัติต้านมะเร็งด้วย


สารอาหาร:

วิตามินซี วิตามินอี กรดโฟลิก แมงกานีส ซาลิไซเลต ฟลาโวนอย


แบล็กเบอร์รี่และแอปเปิ้ลฟลู

ส่วนผสม


  • แอปเปิ้ลเขียวแบรมลีย์ใช้สำหรับทำอาหาร  4  ผล
  • น้ำตาลทรายบริสุทธิ์  2  ช้อนโต๊ะ
  • แบล็กเบอร์รี่  300  กรัม หรือ  2+(1/2) ถ้วย
  • โยเกิร์ตชีวภาพ  625  มิลลิลิตรหรือ  2+(1/2)  ถ้วย

วิธีทำ

  1. ปอกเปลือกและหั่นแอปเปิ้ลใส่กระทะเคี่ยวน้ำตาล
  2. ตั้งไฟจนนิ่ม เติมแบล็กเบอร์รี่ และต้มต่ออีก  1-2  นาที
  3. ปล่อยส่วนผสมทิ้งไว้ให้เย็น
  4. จากนั้น เติมโยเกิร์ต และนำไปแช่ในตู้เย็น

แบล็กเคอร์เรนท์ วิตามินซีสูงกว่าส้ม 4 เท่า

แบล็กเคอร์เรนท์ 

แบล็กเคอร์เรนท์เป็นที่รวมของสารอาหารที่ช่วยชะลอความสูงวัยที่มีประสิทธิผลหลายชนิด นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งกำเนิดที่เหลือเชื่อของวิตามินซี

โดยเมื่อเทียบแบล๊กเคอร์เรนท์กับส้มที่มีน้ำหนักเท่ากันแล้ว ปรากฏว่าในแบล็กเคอร์เรนท์มีปริมาณวิตามินซีสูงกว่าถึง  4  เท่า วิตามินซีซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีช่วยต้านอนุมูลอิสระ ยังช่วยสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค สร้างเนื้อเยื่อ ซ่อมแซมเซลล์ รวมทั้งช่วยการเจริญเติบโต ลูกเบอร์รี่เล็กๆ ชนิดนี้ยังมีไบโอฟลาโวนอยซึ่งช่วยปรับสภาพของเส้นเลือดและผิวพรรณ นอกจากนี้โพแทสเซียมจำนวนมากในแบล็กเคอร์เรนท์ยังช่วยรักษาน้ำในร่างกายและความดันโลหิตสูง

สารอาหาร:

วิตามินซี โพแทสเซียม แมกนีเซียม ไบโอฟลาโวนอย ใยอาหาร

โลชั่นปรับสภาพผิวแบล็กเคอร์เรนท์

(เพื่อต้านรอยเหี่ยวย่น)

ส่วนผสม


  • แบล็กเคอร์เรนท์  60 กรัม หรือ  1/2  ถ้วย
  • ผ้าฝ้ายมัสลิน  1  ผืน
  • องุ่น  10  เม็ด
  • น้ำมะนาวสด  1  ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. ปั่นแบล็กเคอร์เรนท์ให้ละเอียด
  2. กรองน้ำด้วยผ้าฝ้าย
  3. สกัดน้ำให้ได้  75  มิลลิลิตร
  4. ทำเช่นเดียวกันกับองุ่น
  5. สกัดน้ำองุ่นให้ได้เท่ากัน ผสมน้ำแบล็กเคอร์เรนท์และน้ำองุ่นเข้าด้วยกัน
  6. เติมน้ำมะนาว
  7. เทใส่ขวดใช้ทาหน้าและลำคอ 2 ครั้งต่อวันด้วยสำลี ปล่อยทิ้งไว้ให้แห้งตามธรรมชาติ
  8. ปิดฝาขวดให้แน่น และเก็บมะนาวในตู้เย็นได้นาน  48  ชั่วโมง

วันจันทร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

กีวี


ผลกีวีมีปริมาณวิตามินซีเกือบจะ 2  เท่าของส้ม และมีใยอาหารมากกว่าแอปเปิ้ล

ด้วยปริมาณวิตามินซีสูง ผลกีวีเป็นตัวเสริมสร้างถูมิคุ้มกันอย่างยอดเยี่ยม และยังช่วยรักษาผิวพรรณให้อ่อนวัยได้อย่างดี ในผลกีวีนั้นเต็มไปด้วยลูทีนซึ่งเป็นแคโรทีนที่เมื่อรวมกับวิตามินซีและวิตามินอี ช่วยลดอาการอุดตันในเส้นเลือดและไขมันในเส้นเลือด ผลกีวียังมีโพแทสเซียมสูง ซึ่งช่วยป้องกันหลายอาการที่เกิดจากความสูงวัย ตั้งแต่ความดันโลหิตสูง อาการนอนไม่หลับ ไปจนถึงอาการเหนื่อยง่าย ใยอาหารในกีวียังช่วยย่อยอาหารที่มีประสิทธิภาพและช่วยลดคอเรสเตอรอลด้วย


สารอาหาร:

วิตามินบี 3 วิตามินซี  วิตามินอี ลูทีน โพแทสเซียม โพแทสเซียม ใยอาหาร


ไอศครีมกีวี

ส่วนผสม


  • กีวี  4  ผล ปอกเปลือกหั่นละเอียด
  • น้ำแอปเปิ้ลไม่ใส่น้ำตาล  500  มิลลิลิตร หรือ 2 ถ้วย
  • น้ำมะนาว  1  ช้อนโต๊ะ
  • ผิวส้มขูด  1/2  ช้อนชา

วิธีทำ

  1. นำผลกีวี น้ำแอปเปิ้ล น้ำมะนาว ปั่นจนเป็นเนื้อเดียวกัน
  2. เติมผิวส้มขูดแล้วคนให้ทั่ว
  3. เทส่วนผสมทั้งหมดใส่ถาดขนาด  20  ซม. หรือ  8  นิ้ว
  4. นำไปแช่ตู้เย็นจนเกือบแข็ง
  5. ตักส่วนผสมที่เกือบจะแข็งใส่ชามและตีส่วนผสมขึ้นจนฟู
  6. เสร็จแล้วเทใส่ถาดเดิมและแช่แข็งจนเป็นไอศครีม
  7. ทิ้งไว้  10  นาที ในอุณภูมิห้องก่อนเสิร์ฟ

ลูกพรุน ช่วยให้คุณมีดวงตาอ่อนเยาว์

ลูกพรุน


ลูกพรุนเต็มไปด้วยพลังแห่งสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอกระบวนการสูงวัย

ลูกพรุนเป็นที่รู้จักว่าเป็นแหล่งของใยอาหาร แต่เมื่อชั่งน้ำหนักแล้วลูกพรุนเป็นอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีฤทธิ์ที่สุด โพแทสเซัยมระดับสูงในลูกพรุนช่วยรักษาโรคความดันโลหิตให้สมดุล ขณะที่วิตามินบี 6 ช่วยป้องกันหัวใจและเพิ่มพลังให้สมอง

นอกจากนี้ ลูกพรุนยังเต็มไปด้วยธาตุเหล็กให้พลังงานและป้องกันอาการเหนื่อยล้าของร่างกาย ส่วนผสมของธาตุเหล็กและวิตามินเอดีมากต่อการเติบโตของเส้นผม ขณะที่วิตามินเอยังช่วยรักษาผิวพรรณและดวงตาให้อ่อนวัยด้วย

สารอาหาร:
วิตามินเอ วิตามินบี 3  วิตามินบี 6  โพแทสเซียม ธาตุเหล็ก ใยอาหาร


ครีมลูกพรุน

ส่วนผสม

  • ลูกพรุน  12  ลูกใหญ่
  • ไข่ดาว   3  ฟอง
  • น้ำตาลทรายขาวเกรดหนึ่ง  3  ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. เปิดเตาอบไว้ที่  150  องศาเซลเซียส  หรือแก๊สระดับ  2
  2. แช่ลูกพรุนในน้ำค้างคืนและเคี่ยวจนนิ่ม
  3. แกะเมล็ดออกและบดจนเป็นเนื้อละเอียด
  4. ตีไข่ขาวจนฟูใสน้ำตาล
  5. จากนั้น ใส่เนื้อลูกพรุนบด
  6. นำส่วนผสมทั้งหมดใส่ในชามที่ทำเนยทิ้งไว้แล้ว
  7. อบประมาณ  20  นาที เสริ์ฟกับครีม


กล้วย นวัตกรรมโพแทสเซียมสู่ร่างกายคุณ

กล้วย


หนึ่งในบรรดาผลไม้ที่ให้พลัง กล้วยเต็มไปด้วยสารอาหารที่สำคัญหลายชนิดที่ช่วยในการต้านความสูงวัย

กล้วยมีโพแทสเซียมสูงซึ่งช่วยรักษาระดับความดันโลหิตให้ปกติและลดความเสี่ยงการเป็นโรคหัวใจ โพแทสเซียมช่วยรักษาความสมดุลของของเหลวและอิเล็กทรอไลต์ในร่างกาย ดังนั้น กล้วยจึงช่วยรักษาการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อให้แข็งแรง

กล้วยยังมีเอฟโอเอส (ฟรุกโตโอลิแซ็กคาไรด์) ที่ช่วยให้อาหารแก่แบคทีเรียในทางเดินอาหาร และช่วยย่อยอาหาร นอกจากนี้ ยังมีทริปโทฟานที่ร่างกายสามารถเปลี่ยนให้เป็นซิโรโทนิน สารที่ช่วยให้นอนหลับสบายด้วย

สารอาหาร:

วิตามินบี 3 วิตามินบี 5 วิตามินบี 6  แมกนีเซียม  โพแทสเซียม ใยอาหาร



ครีมกล้วยนวดผม

(ทำให้ผมแห้งกลับชุ่มชื่น)

ส่วนผสม

  • กล้วยสุก  1  ผล
  • น้ำมันจากเมล็ดองุ่น  2  ช้อนชา

วิธีทำ

  1. บดกล้วยด้วยส้อมให้เละ
  2. จากนั้น ผสมกับน้ำมันให้เป็นเนื้อเดียวกัน
  3. นวดบนเส้นผมและหนังศรีษะ
  4. คลุมผมด้วยครีมถนอมอาหาร ทิ้งไว้  30  นาที
  5. ล้างออกด้วยแชมพูที่อ่อนต่อหนังศร๊ษะ

วันอาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เลมอน ป้องกันเส้นเลือดขอดและต้านมะเร็ง

เลมอน


ไม่ว่าจะเป็นการดูดซึมเข้าร่างกาย หรือใช้ภายนอกเลมอนล้วนมีคุณสมบัติมากมายในการรักษาความอ่อนเยาว์


ปริมาณวิตามินซีสูงในเลมอนเป็นสิ่งจำเป็นต่อผิวพรรณและเหงือกที่แข็งแรง ในเลมอนยังมีไบโอฟลาโวนอย เช่น เควอเซติน ซึ่งช่วยเร่งผลของวิตามินซี และสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพของเส้นเลือด และป้องกันเส้นเลือดขอด เช่นเดียวกับผลไม้อื่น ในตระกลูส้ม เลมอนมีเทอพีนซึ่มีฤทธิ์ต้านสารก่อมะเร็ง เมื่อใช้เสริมความงาม น้ำเลมอนยังช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ช่วยสมานแผล ทำให้ผิวแข็งแรงและช่วยปรับสภาพผิวหนัง

สารอาหาร:

วิตามินซี กรดโฟลิก โพแทสเซียม ลิโมนีน ใยอาหาร


โลชั่นปรับสภาพผิวหนังกลิ่นมะนาว

(รักษาเส้นเลือดฝอย)

ส่วนผสม


  • กลีเซอรีนจากพืช  4  ช้อนชา
  • น้ำจากเลมอน  1  ผล
  • น้ำมันสกัดจากดอกส้ม  1  หยด
  • น้ำมันสกัดจากดอกกุหลาบ  1  หยด

วิธีทำ

  1. ผสมกลีเซอรีนจากพืชกับน้ำเลมอนเข้าด้วยกัน
  2. เติมน้ำมันสกัดจากดอกส้มและดอกกุหลาบ
  3. ใช้ทาบนเส้นเลือดฝอยวันละ  2  ครั้ง
  4. เก็บในขวดปิดฝาสนิทได้นานถึง  3  เดือน

ส้ม สุดยอดวิตามินซีลดคอเลสเตอรอล

ส้ม


นอกจากวิตามินซีแล้ว ส้มยังมีเฮสเพอริดิน สารต้านอนุมูลอิสระตัวสำคัญสำหรับหัวใจที่แข็งแรง

ด้วยวิตามินซีเข้มข้น ส้มช่วยรักษาผิวพรรณที่มีสุขภาพดีและอ่อนวัย ป้องกันเกี่ยวกับปัญหาดวงตา และสกัดกั้นอนุมูลอิสระไม่ให้อุดตันเส้นเลือดใหญ่  ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักของโรคหัวใจ เนื่องจากสารต้านอนุมูลอิสระเฮสเพอริดิน ส้มได้ชื่อว่าปกป้องหัวใจได้ดี อีกช่วยเพิ่มปริมาณคอเลสเตอรอลแอลดีแอลที่ดีและลดปริมาณคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี  


นอกจากนี้ส้มยังมีลิโมนีนซึ่งมีคุณสมบัติเป็นสารต้านมะเร็ง ส้มให้น้ำตาลจากธรรมชาติ ช่วยเพิ่มระดับพลังงาน มีใยอาหารสูงและยังได้ชื่อว่าลดเซลลูไลต์อีกด้วย

สารอาหาร:
วิตามินบี วิตามินซี แคโรทีนอย กรดโฟลิก โพแทสเซียม ลิโมนีน ใยอาหาร


สมูทตี้วิตามินซี

ส่วนผสม


  • น้ำส้มคั้นสด  700  มิลลิลิตร
  • มะม่วงหั่นเป็นชิ้น  450  กรัม
  • สตอเบอร์รี่สด  450  กรัม
  • ผลกีวีสับละเอียด  450  กรัม
  • โยเกิร์ตวานิลลา  500  มิลลิกัม
  • น้ำแข็งบด (จะใช้หรือไม่ก็ได้)

วิธีทำ

  1. นำส่วนผสมทั้งหมดใส่ในเครื่องปั่นและปั่นจนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน
  2. เติมน้ำแข็งตามใจชอบ ปั่น
  3. จากนั้น เทใส่แก้ว

แครนเบอร์รี่ ถนอมผิวพรรณและดวงตาให้อ่อนกว่าวัย

แครนเบอร์รี่



แครนเบอร์รี่มีสารอาหารหลากหลายชนิดที่ป้องกันอาการที่เกิดจากความสูงวัยได้

แครนเบอร์รี่ประกอบด้วยกรดเอลลาจิกซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถกำจัดสารก่อมะเร็ง และป้องกันโรคหัวใจในระยะเริ่มต้นได้ สารต้านอนุมูลอิสระนี้จะดูดซึมได้ดีที่สุดในสภาพตามธรรมชาติ ถือเป็นข่าวดีสำหรับคนที่ชอบรับประทานแครนเบอร์รี่

นอกจากนี้แครนเบอร์รี่ที่เต็มไปด้วยวิตามินซี ยังช่วยถนอมผิวพรรณและดวงตาให้อ่อนวัย และช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกาย บรรดาแครนเบอร์รี่ทั้งหลายยังประกอบด้วยส่วนประกอบอย่างที่ช่วยป้องกันโรคหัวใจ นั่นคือไบโอฟลาโวนอย เควอเซติน และเมอร์ซิทิน

สารอาหาร:
วิตามินซี ธาตุเหล็ก กกรดเอลลาจิก แทนนิน


แครนเบอร์รี่เคลือบช๊อกโกแลต

ส่วนผสม

  • ช๊อกโกแลตชิพ  350 กรัม
  • เนย 2  ช้อนโต๊ะ
  • แครนเบอร์รี่สด  350  กรัม

วิธีทำ

  1. ละลายช๊อกโกแลตชิพและเนยด้วยความร้อนต่ำ คนอย่างสม่ำเสมอจนละลาย
  2. ใช้ไม้จิ้มฟันเสียบแครนเบอร์รี่จุ่มในช๊อกโกแลตจนเคลือบทั้งผล
  3. วางผึ่งไว้บนกระดาษไข แล้วนำไปแช่ในตู้เย็นจนแข็ง



วันเสาร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

มะละกอ แหล่งพาเพนพลังย่อยสลายสิ่งที่ร่างกายไม่ต้องการ

มะละกอ



เปี่ยมไปด้วยเบตาแคโรทีน และวิตามินซี มะละกอยังมีพาเพน เอนไซม์ช่วยต้านความสูงวัยที่มีอานุภาพ


เต็มไปด้วยเบตาแคโรทีน และวิตามินซี มะละกอช่วยลดอาการเสื่อมของเส้นเลือดใหญ่ และลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ รวมทั้งต่อสู้กับอนุมูลอิสระ ในมะละกอยังมีพาเพนซึ่งทำหน้าเป็นตัวช่วยย่อยสลายกำจัดที่ร่างกายไม่ต้องการ นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ช่วยลดอาการอักเสบในทุกส่วนของร่างกาย หากใช้ทาภายนอก พาเพนช่วยย่อยสลายเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว และทำหน้าที่เป็นครีมขัดผิวที่อ่อนโยน

สารอาหาร: 

วิตามินซี เบตาแคโรทีน กรดโฟลิก โพแทสเซียม พาเพน ใยอาหาร



โลชั่นขัดผิวมะละกอ

(บำรุงผิวให้ผ่องใสและอ่อนเยาว์)

ส่วนผสม


  • มะละกอ  1  ผลใหญ่
  • ผ้าฝ้ายมัสลิน  1  ผืน
  • น้ำชาคาโมไมล์  1  ถ้วย

วิธีทำ

  1. ปอกมะละกอ ขูดเมล็ดออกและปั่นเนื้อมะละกอให้ละเอียด
  2. กดมะละกอที่ปั่นแล้วลงบนผ้ามัสลินเพื่อกรองเอาน้ำมะละกอ 
  3. ผสมน้ำมะละกอกับน้ำชาคาโมไมล์ในปริมาณเท่าๆ 
  4. และคนให้เข้ากัน ใช้สำลีชุบโลชั่นเช็ดใบหน้าและลำคอ ระวังอย่าให้เข้าตา 
  5. ทิ้งไว้ประมาณ  10  นาที ล้างออก
  6. เก็บในตู้เย็น  2  วัน

วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ดวงตาสดใสอ่อนกว่าวัยด้วย....บลูเบอร์รี่

บลูเบอร์รี่

บลูเบอร์รี่มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยรักษาความอ่อนเยาว์ได้อย่างดีซึ่งช่วยพลักไซอาการร่วงโรยต่างๆหลายอย่าง


บลูเบอร์รีเต็มไปด้วยแอนโทไซยานิน สารต้านอนุมูลอิสระที่มีอานุภาพปกป้องจากความสูงวัยและพัฒนาการหมุนเวียนของเลือด แอนโทไซยานินยังช่วยในการออกฤทธิ์ของวิตามินซี ซึ่งเสริมสร้างคอลลาเจนและบำรุงผิวพรรณ บลูเบอร์รี่ช่วยพัฒนาการทำงานของสมองและต่อสู้กับโรคเกี่ยวกับดวงตา ทั้งยังมีเพกทินซึ่งช่วยลดสภาวะ คลอเลสเตอรอล กรดผลไม้ในบลูเบอร์รี่ยังทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นให้เซลล์ผิวหนังชั้นนอกหลุดลอกได้เร็วขึ้นด้วย

สารอาหาร: วิตามินซี วิตามินอี เบตาแคโรทีน แอนโทไซยานิน กรดเอลลาจิก ใยอาหาร


บลูเบอร์รี่หรือเป็นที่รุ้จักในนามเบอร์รี่แห่งสมอง เนื่องจากบลูเบอร์รี่ปกป้องสมองจากความเสื่อมตามอายุ




วิธีการทำ "ซอสบลูเบอร์รี่"

ส่วนผสม


  • บลูเบอร์รี่สด  250  กรัม
  • น้ำตาล  1/3  ถ้วย
  • น้ำมะนาวสด  1  ช้อนโต๊ะ
  • เกลือ  1  หยิบมือ
  • กลิ่นวานิลลา  1/2  ช้อนชา

วิธีทำ

  1. ล้างบลูเบอร์รี่ให้สะอาดและบดไว้ในชาม
  2. เติมน้ำตาล น้ำมะนาว และเกลือ ผสมให้เข้ากัน
  3. นำส่วนผสมที่เติมไว้ต้มในกระทะ  1  นาที 
  4. เติมกลิ่นวานิลลา เสิร์ฟกับของหวาน เค้ก หรือไอศกรีม
  5. เก็บไว้ในตู้เย็นได้  5  วัน

วันเสาร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

สวยใสอ่อนเยาว์ด้วย แอปริคอท

แอปริคอท



ด้วยปริมาณแคโรทีนอยด์สูง แอปริคอทเต็มไปด้วยสารอาหารที่ช่วยรักษาความอ่อนเยาว์


เบตาแคโรทีนเป็นสารที่ต้านอนุมูลอิสระที่พบปริมาณมากในแอปริคอท ช่วยปกป้องผิวและปอด จากความเสียหายของปฏิกริยาการเผาผลาญ และเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน แอปริคอทยังช่วยป้องกันอนุมูลอิสระไม่ให้ทำร้ายดวงตา

นอกจากนี้แอปริคอทยังมีไลโคพีน หนึ่งในสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงพลังมากที่สุด ไลโคพีนมีชื่อในเรื่องของความสามารถป้องกันการสะสมไขมันในเส้นเลือดใหญ่ และมีคุณสมบัติต้านมะเร็งได้ผลอีกด้วย

สารอาหาร: 

วิตามินบี วิตามินซี แบตาแคโรทีน ไลโคพีน ธาตุเหล็ก ใยอาหาร

แอปริคอทแช่อิ่มบรั่นดี

ส่วนประกอบ
  • แอปริคอทสด  2  กิโลกรัม
  • กานพลู  1  ถุง
  • อบเชย  4  แท่ง
  • น้ำตาลทรายแดง  1.3  กิโลกรัม
  • น้ำส้มสายชู  2  ถ้วยครึ่ง
  • บรั่นดี  4  ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
  1. ล้างผงแอปริคอทให้สะอาด และเสียบก้านพลู 2-3 ก้านต่อแอปริคอท 1 ผล
  2. นำแท่งอบเชย น้ำตาล และ น้ำส้มสายชูมาผสมลงในกระทะต้มจนเดือดกรุ่นๆ จนกลายเป็นน้ำเชื่อม
  3. ใส่ผลแอปริคอทลงในน้ำเชื่อม ทิ้งไว้ให้เดือดกรุ่นๆ จนนิ่ม 
  4. นำขึ้นจากเตาและตักใส่ขวดโหล
  5. เติมบรั่นดี 1 ช้อนโต๊ะพูน
  6. และใส่แท่งอบเชยไว้ในขวดโหลแต่ละใบ
  7. ปิดฝาให้สนิท ผลแอปริคอทจะพร้อมรับประทานในอีก 14 วัน

วันจันทร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เรียกพลังสดใสด้วย มะม่วง

มะม่วง



มีวิตามินซีและเบตาแคโรทีนสูง มะม่วงป้องกันการแกก่อนวัยอันควรได้หลายทาง


มะม่วงขยาดกลาง 1 ผล มีปริมาณวิตามินซีที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระและผลิตคอลลาเจน (โปรตีนซึ่งเป็นศูนย์กลางแห่งผิวพรรณที่แข็งแรงและเนื้อเยื่อที่ประสาน) อยู่เกือบเท่าปริมาณวิตามินซีที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน 

มะม่วงยังเป็นหนึ่งในผลไม้น้อยชนิดที่มีวิตามินอี ซึ่งรวมกับวิตามินซีแล้วจะป้งกันสมองจากการสูญเสียความทรงจำ  ด้วยเนื้อสีส้มเหลืองสุกสว่าง มะม่วงมีปริมาณเบตาแคโรทีนสูงซึ่งจำเป็นต่อผิวพรรณที่ผ่องใส ปอดที่มีสุขภาพดี และหัวใจที่แข็งแรงและภูมิคุ้มกันในองค์รวมที่ดี


สารอาหาร

วิตามินซี วิตามินอี เบตาแคโรทีน ใยอาหาร



ลาซซี่มะม่วง

ส่วนผสม
  • โยเกิร์ตธรรมชาติ  500  กรัม
  • มะม่วงครึ่งลูก ปลอกเปลือก และผ่าน
  • น้ำตาลทรายเกรดหนึ่ง  55  กรัม หรือ  1/4  ถ้วย
  • น้ำแข็ง  8  ก้อน
  • พิสตาชิโอกะเทาะเปลือก  4  เมล็ด
  • อัลมอนด์  4  เมล็ด
  • หญ้าฝรั่น  1  หยิบมือ

วิธีทำ
  1. ปั่นโยเกิร์ต มะม่วง นำ้ตาลและน้ำแข็งเข้าด้วยกันจนขึ้นฟอง ผ่านพิสตาโอและอัลมอนด์เป็นชิ้นบางๆ
  2. เทลาซซี่ลงในแก้ว ตกแต่งด้วยถั่วและหญ้าฝรั่น 


วันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ความอ่อนเยาว์สดใสด้วย องุ่น

 องุ่น

สารอาหาร:  วิตามินบี วิตามินซี ะาตุเหล็ก โพแทสเซียม ซิลิเนียม สังกะสี แอนโทไซยานิน ฟลาโวน เครอเซติน ใยอาหาร

แหล่งพลังงานทันใจที่ยิ่งใหญ่ องุ่นมีน้ำชุ่มฉ่ำให้การป้องกันได้อย่างครอบคลุม

ในองุ่นมีสารประกอบจำนวนมหาศาลที่ให้พลังได้อย่างเหลือเชื่อ ดังนั้นจึงได้รับสมญานามว่า เป็นอาหารเพื่อการพักฟื้น  ผลไม้ที่มีกลิ่นหอมหวานนี้ สามารถป้องกันและช่วยรักษาอาการโรงโรยของวัยได้หมด ตั้งแต่โรคโลหิตจาง และความอ่อนล้า ไปจนถึงโรคข้ออักเสบ เส้นเลือดขอด และโรคไข้ข้ออักเสบ




ผู้ช่วยของหัวใจ

เพราะเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงพลัง รวมทั้งแอสตริงเจน แทนนิน ฟลาโวน และแอนโทไซยานิน องุ่นจึงช่วยป้องกัน ไม่ให้ ไขมันแอลดีแอล คอเลสเตอรอลที่ไม่ดีรวมกับออกซิเจน  และป้องกันเส้นเลือดอุดตัน ดังนั้นจึงป้องกันหัวใจและระบบหมุนเวียนโลหิต องุ่นมีน้ำและใยอาหารสูงจึงเป้นตัวช่วยที่ดีในการล้างพิษออกจากทางเดินอาหารและตับ 

องุ่นสีดำ  มีเควอเซติน ประกอบ ซึ่งช่วยลดการอักเสบ และส่งเสริมระบบที่เกี่ยวกับหัวใจ รวมทั้งเสริมสร้างการย่อยอาหารที่สมบูรณ์ขึ้น

ตั้งแต่สมัยก่อน องุ่นถูกทำให้แห้งเป็นลูกเกด ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดสารอาหารที่เข้มข้น ลูกเกดเต็มไปด้วยใยอาหารและเป็นอาหารที่ให้พลังงานสูง ลูกเกดยังเต็มไปด้วย ธาตุเหล็ก โพแทสเซียม ซิลิเนียม และสังกะสี โดยเฉพาะ ซิลิเนียมเป็นสารอาหารที่ช่วยชะลอการแก่ชราที่สำคัญอย่างมาก ที่ทำให้การปกป้องจากโรคหัวใจและเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้ซิลิเนียมยังปกป้องผิวพรรณจากรอยยับและรอยเหี่ยวย่น



น้ำองุ่น

ส่วนประกอบ
  • องุ่นดำสุก  2.7  กิโลกรัม หรือ  6  ปอนด์
  • ผ้าฝ้ายมัสลิน  1  ผืน
 วิธีทำ
  1. ล้างองุ่นให้สะอาดแล้วเก็บไว้ในหมอต้มซุป
  2. บดองุ่นเพื่อให้น้ำองุ่นไหลออกมา
  3. เติมน้ำเปล่าลงไปให้ท่วมองุ่น
  4. ต้มจนเดือด และลดไฟลง
  5. ปล่อยให้เดือดกรุ่นๆ 10 นาที
  6. บดองุ่นอีกครั้ง โดยบดทุกลูกให้ทั่วกัน
  7. จากนั้นนำผ้าฝ้ายมัสลินวางบนปากหม้ออีกใบหนึ่ง และกรององุ่นใส่หม้อ
  8. ปิดฝา ทิ้งไว้ 1 คืน 
  9. เปิดฝารินดื่มได้เลยฃ


ครีมองุ่นบำรุงหน้า

ส่วนผสม
  • องุ่น  1  กำมือ
  • ครีมข้นสด  1  ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาว  1/2  ช้อนชา
วิธีทำ
  1. บดองุ่นด้วยส้อม
  2. กรองผ่านตะแกรงเพื่อสกัดน้ำองุ่น  1  ช้อนโต๊ะพูน
  3. ตีครีมกับน้ำองุ่นเข้าด้วยกัน จนเนื้อครีมเบาเป็นปุย
  4. ค่อยๆเติมน้ำมะนาวลงไป คนเบาๆให้เป็นเนื้อเดียวกัน
  5. ทาทั่วใบหน้าและลำคอ ทิ้งไว้  10  นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่น